ยืนจำคุก 'เณรคำ' 114 ปี ใช้เงินบริจาคปชช.ซื้อเครื่องบินเจ็ต อ้างนิมิตพบพระอินทร์ 1
เณรคำ

ยืนตามศาลชั้นต้นคุก ‘เณรคำ’ 114 ปี เอาเงินบริจาคซื้อเครื่องบินเจ็ต อ้างนิมิตพบพระอินทร์ ฉ้อโกงเงินบริจาคประชาชน ระดมบริจาคสร้างพระแก้วมรกต เอาไปซื้อรถหรู-เครื่องบิน

เณรคำ / เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 ก.ค. ที่ห้องพิจารณา 701 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำร้องขอถอนอุทธรณ์ ในคดีหมายเลขดำ อ.2341/2560 ที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวิรพล สุขผล อายุ 39 ปี หรือ อดีตพระวิรพล ฉัตติโก หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ อดีตประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ที่สหรัฐอเมริกาส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนมาได้เมื่อปี 2560 เป็นจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 (1) (2), 60

คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2552-27 มิถุนายน 2556 ต่อเนื่องกัน จำเลยอาศัยความเป็นพระภิกษุ ในฐานะประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ และความศรัทธาของประชาชน ได้บังอาจหลอกลวงว่า จำเลยนิมิต (ฝัน) พบองค์อินทร์ขอให้สร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก และสร้างมหาวิหารครอบองค์พระ

โดยใช้หยกเขียวแท้จากประเทศอิตาลี, สร้างเครื่องทรงพระแก้ว 3 ฤดูด้วยทองคำแท้, ก่อสร้าง เสาวิหารแก้ว 199 ต้น ต้นละ 3 แสนบาท, รูปหล่อพระทองคำ (รูปเหมือนจำเลย) ก่อสร้าง วิหารสำหรับประชาชนที่วัดป่าขันติธรรม สาขา 1 จ.อุบลราชธานี, สร้างวัดที่ จ.สุพรรณบุรี รวมทั้งการจัดซื้อเรือจากสหรัฐ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยจำเลยประกาศชักชวนให้ประชาชน นำเงิน ทองคำ และทรัพย์สินมาบริจาคกับจำเลย ที่วัดป่าฯ โดยจัด ตู้บริจาค 8 ตู้

นอกจากนี้ จำเลยยังได้ใช้เว็บไซต์ www.luangpunenkham.com เผยแพร่ข้อความ อันเป็นเท็จเกี่ยวกับการจัดสร้างสิ่งต่างๆ จนมีผู้เสียหาย 29 ราย (เฉพาะที่มาร้องทุกข์) หลงเชื่อว่าจำเลยเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เข้าร่วมบริจาคเงินและทรัพย์สินต่างๆ จำนวนทั้งสิ้น 28,649,553 บาท

ยืนจำคุก 'เณรคำ' 114 ปี ใช้เงินบริจาคปชช.ซื้อเครื่องบินเจ็ต อ้างนิมิตพบพระอินทร์ 2

แล้วจำเลยโอนเงิน 1,130,000 บาท ที่ได้จากการฉ้อโกงไปซื้อรถยนต์โดยทุจริต ทั้งที่ความจริงแล้วจำเลยมิได้ก่อสร้างใดๆ เลย เหตุเกิดที่ จ.ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี เชียงใหม่ และที่อื่นเกี่ยวพันกัน ชั้นพิจารณาจำเลยให้การปฏิเสธ

คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษา เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2561 ว่า จำเลยได้นำข้อความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ในเว็บไซต์หลวงปู่เณรคำ มีการใช้ชื่อเว็บไซต์ตรงกันกับชื่อจำเลย มีข่าวสารของจำเลยและวัดเป็นหลัก ใจความว่า จำเลยนิมิตพบพระอินทร์ ให้สร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก

แต่เมื่อตรวจพิสูจน์แล้วพบว่า การสร้างองค์พระใช้หินอ่อนหินปูนในการก่อสร้าง ไม่ใช่หินหยกจากอิตาลี ตามที่จำเลยกล่าวอ้าง โดยไม่มีหลักฐานปฏิเสธว่าจำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ส่วนผู้เสียหายยืนยันว่า สาเหตุที่ร่วมทำบุญบริจาคกับจำเลย เพราะมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา เชื่อว่าจำเลยเป็นผู้ปฏิบัติดี มีปาฏิหาริย์ เป็นพระอรหันต์ โดยไม่คิดว่าจะถูกหลอก โดยการบริจาคมีทั้งมอบให้จำเลยโดยตรง โอนเงินผ่านบัญชี หรือหยอดตู้บริจาค

ยืนจำคุก 'เณรคำ' 114 ปี ใช้เงินบริจาคปชช.ซื้อเครื่องบินเจ็ต อ้างนิมิตพบพระอินทร์ 3

ต่อมาพบว่าจำเลยนำเงินไปใช้จ่าย ซื้อเครื่องบินส่วนตัว รถยนต์หรู อาทิ ปอร์เช่ บีเอ็มดับเบิลยู โตโยต้าคัมรี่ และรถตู้หลายสิบคัน บางคันมีมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท โดยรถระบุชื่อจำเลยเป็นเจ้าของ มีหลักฐานการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝาก 23 บัญชี ภายหลังศาลแพ่งได้พิพากษาให้ยึดทรัพย์สินจำนวน 43,478,992 บาท ซึ่งจำเลยไม่สามารถนำสืบให้เห็นได้ว่าที่มาของทรัพย์สินนั้นมาจากไหนอย่างไร

การกระทำของจำเลยจึงเป็นการอ้างเท็จเพื่อให้ได้ทรัพย์สินจากบุคคลและผู้เสียหาย ซึ่งเป็นพุทธศาสนิกชน และภายหลังจำเลยได้นำเงินบริจาคไปใช้จ่ายเกินความจำเป็นกับความเป็นสงฆ์ ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ในการทำบุญ อ้างเป็นทรัพย์สินส่วนตัวมิได้ จึงเข้าข่ายแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

พิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 รวม 29 กระทง กระทงละ 3 ปี รวม 87 ปี, พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) เป็นเวลา 3 ปี และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 (1) (2), 60 รวม 12 กระทง กระทงละ 2 ปี เป็นเวลา 24 ปี รวมจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 114 ปี แต่ตามกฎหมายเมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว จำคุกได้สูงสุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) เป็นจำคุก 20 ปี พร้อมชดใช้เงินให้ผู้เสียหายตามความเป็นจริง 29 ราย

วันนี้เป็นไงบ้าง มารับฟรีโบนัส200บาทเพื่อลองเสี่ยงโชคกันเถอะเพิ่มเพื่อน

คดีนี้จำเลยยื่นอุทธรณ์คดีต่อ เเต่ต่อมาวันที่4 เม.ย.62 จำเลยยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ออก

โดยในวันนี้ศาลเบิกตัวอดีตพระเณรคำ ซึ่งถูกคุมขังจากเรือนจำเพื่อมาศาล

โดยศาลอุทธรณ์พิจารณาคำร้องแล้ว อนุญาตให้จำเลยถอนอุทธรณ์และให้คำพิพากษาเป็นไปตามศาลชั้นต้น